กระแสการรับประทานอาหารคลีนผักและผลไม้เพื่อสุขภาพในปัจจุบัน

4

ประเทศไทยมีการสำรวจสถิติการรับประทานผักและผลไม้ ในช่วง พ.ศ. 2550-2554 โดยปริมาณการรับประทานผักและผลไม้ที่แนะนำในแต่ละวันคือ 400 กรัมต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่สอดคล้องกับองค์การอนามัยโลก (WHO) แต่พบว่า ประชากรไทยร้อยละ 70 ของกลุ่มประชากรที่สำรวจ มีการรับประทานผักและผลไม้น้อยกว่าปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีผักที่รับประทานได้ถึง 330 ชนิด รวมทั้งผัก พื้นบ้านด้วย สาเหตุที่คนไทยรับประทานผักและผลไม้ต่ำกว่าเกณฑ์เกิดจากสภาพสังคมไทย ในปัจจุบัน ซึ่งปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เวลาส่วนใหญ่มักอยู่กับการทำงานและมีเวลาค่อนข้างจำกัด รวมถึงการเลือกชนิดของอาหาร และอาหารจานด่วนส่วนใหญ่มักมีส่วนประกอบของผักและผลไม้ค่อนข้างน้อย ประชาชนทั่วไปจึงสะดวก ในการเลือกซื้ออาหารประเภทดังกล่าวมากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการรับประทานอาหารที่มีผักและผลไม้ที่เป็นองค์ประกอบหลัก

สำหรับกระแสการรับประทานอาหารคลีนเพื่อสุขภาพนั้น เป็นประโยชน์และส่งผลดีต่อร่างกาย แต่ต้องคำนึงถึงปริมาณผักและผลไม้ ที่นำมาประกอบเป็นอาหารคลีนว่าอยู่ในปริมาณ ที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวันหรือไม่ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การรับประทานผักและผลไม้มากกว่า 569 กรัมต่อวัน ช่วยลดความเสี่ยง การเสียชีวิตจากโรคทางเดินหายใจ ระบบ ไหลเวียนโลหิต และระบบทางเดินอาหาร ขณะที่ผู้รับประทานผักและผลไม้ในปริมาณต่ำกว่า 249 กรัมต่อวัน จะมีความเสี่ยงในโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้น การรับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอ ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้ถึง 50% ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ถึง 30% ลด ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองได้ 6% โรคมะเร็งทางเดินอาหาร กระเพาะอาหาร หลอดอาหาร 1-6% นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่า การรับประทานผักและผลไม้ในสัดส่วนดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ไม่ติดต่อเรื้อรัง ทั้งเบาหวาน และความดัน เป็นต้น”

นอกจากสถิติที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการ รับประทานผักและผลไม้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานแล้ว ‘ดร.คีธ แรนดอล์ฟ’ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการของสถาบันสุขภาพนิวทริไลท์และหนึ่งในทีมวิจัยเผยว่า “จำนวนประชากรถึง 3 ใน 4 ของกลุ่มประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลกยังได้รับ ไฟโตนิวเทรียนท์ที่ขาดความหลากหลายและ ไม่เพียงพอต่อการมีสุขภาพดี ไฟโตนิวเทรียนท์หรือสารอาหารตามธรรมชาติที่พบในพืชต่างๆ ทำหน้าที่คอยปกป้องพืชจากศัตรูตามธรรมชาติ รวมทั้งป้องกันการเกิดความเครียดทางกาย และการเกิดสารอนุมูลอิสระ ไฟโตนิวเทรียนท์ทำให้ พืชมีสีสันต่างๆ ดังนั้น การรับประทานสีต่างๆ ในอาหารจะทำให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกัน ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการมีสุขภาพอนามัยที่ดี

Posted in อินเตอร์เน็ต | Comments Off

ความเชื่อเกี่ยวกับการกินสลัดเพื่อสุขภาพแบบผิด ๆ ในปัจจุบัน

16ก่อนจะหยิบสลัดสีเขียวขึ้นมากิน และคิดว่าคุณได้เลือกอาหารที่ดีที่สุดมากินให้สมกับเป็นหนุ่มรักสุขภาพ โดยมั่นใจว่ามันจะไม่ทำให้การเข้าไปฟิตร่างกายในฟิตเนสของคุณสูญเปล่าแน่ ๆ แล้วล่ะก็ ขอให้คุณแน่ใจว่ารู้เรื่องการกินสลัดเพื่อสุขภาพอย่างถูกวิธีก่อนดีกว่า ไม่อย่างนั้นล่ะก็ สลัดจานเขียวที่คุณคิดว่าไขมันต่ำเนี่ย อาจทำให้อ้วนได้มากพอ ๆ กับอาหารขยะเลยทีเดียว ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลความเชื่อเกี่ยวกับการกินสลัดเพื่อสุขภาพแบบผิด ๆ มาบอกให้ได้ทราบกัน เพื่อที่ต่อจากนี้ไปจะได้ไม่ตะบี้ตะบันกินแบบไม่ลืมหูลืมตายังไงล่ะครับไขมันก็เป็นสารอาหารอย่างหนึ่งที่ร่างกายต้องการด้วยเหมือนกัน ซึ่งมีทั้งไขมันที่ดีและเลวกับร่างกาย ดังนั้นการใส่น้ำสลัดครีมเพิ่มไขมันเข้าไปสักหน่อยจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะมันเป็นตัวช่วยทำให้เซลล์สามารถซึมซับสารแอนตี้ออกซิแดนท์จากผักใบเขียว, มะเขือเทศและแครอทได้ รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้เลยล่ะ

เวลาไปตักสลัดเราก็มักจะเห็นผักใบเขียววางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด พร้อมชื่อปักบอกชนิดของผักเอาไว้ แต่หน้าตาที่ดูเหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก ทำให้เราคิดว่าตัก ๆ ไปเถอะ ใบไหนก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ แต่ที่จริงแล้วมันไม่เหมือนกันสักนิด เพราะประโยชน์ที่ได้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่น ผักกาดแก้วและเอ็นไดฟแทบไม่มีสารอาหารอะไรเลย ผิดกับอะรูกูล่าและผักน้ำที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง หรือถ้าใครอยากบำรุงสายตาก็ต้องเลือกผักโขม, ผักเคล และหัวผักกาด นอกจากนี้ยังมีผักกาดหวานกับแครอทที่มีเบต้าแคโรทีนสูง ให้ประโยชน์ต่อร่างกายได้มาก หากคุณเป็นอีกคนที่หลงผิดไปกับความเชื่อว่าของออร์แกนิคต้องดีกว่าไปซะทุกอย่าง ก็อย่าเพิ่งยึดติดกับความเชื่อนั้นมากนักเลย เพราะบางทีไม่ได้ดีอย่างนั้นเสมอไปหรอก จริงอยู่ว่าความสะอาดปลอดภัยน่ะมากกว่าแน่นอน แต่ถ้าเป็นเรื่องสารอาหารคงไม่ใช่แน่ ๆ เนื่องจากปุ๋ยที่ใช้สำหรับปลูกผักออร์แกนิคบางที่ไม่มีสารอาหารสำหรับผักและผลไม้มากเท่าที่ควร

รู้ไว้ซะว่าบางทีสลัดที่กินเข้าไปกลับทำให้อ้วนได้มากกว่าการกินสเต็กพร้อมมันฝรั่งทอดซะอีกนะ หากคุณตักของที่ให้พลังงานมาก ๆ เช่น ชีส เบคอน และมายองเนสมาใส่ด้วยเยอะเกินไป หรือตัวอย่างง่าย ๆ แค่ซีซาร์สลัดไก่ที่คนชอบกินกันก็ให้พลังงานมากถึง 780 แคลอรี่ มีไขมัน 60 กรัม กับไขมันอิ่มตัวอีก 10 กรัมแล้ว อ้วนจนน่าตกใจเลยจริงไหมล่ะจากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ แคลอรี่เชิงลบหรืออาหารที่เมื่อผ่านระบบย่อยเเล้วจะให้พลังงานเป็นศูนย์ทันที เป็นความคิดในอุดมคติเท่านั้น ไม่ได้มีจริง ไม่เว้นแม้แต่ผักอย่างเซเลอรีที่หลายคนเข้าใจผิดกันด้วย เพียงแต่เซเลอรีเป็นผักที่ให้พลังงานน้อย เพียงแค่ 6 แคลอรี่ต่อแท่งเท่านั้นเอง ทว่าก็ถือว่าเป็นผักที่เหมาะกับคนต้องการลดน้ำหนักมาก ๆ เลยล่ะ

Posted in อินเตอร์เน็ต | Comments Off

กระแสการรับประทานอาหารคลีนเพื่อสุขภาพนั้นกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน

14

ประเทศไทยมีการสำรวจสถิติการรับประทานผักและผลไม้ ในช่วง พ.ศ. 2550-2554 โดยปริมาณการรับประทานผักและผลไม้ที่แนะนำในแต่ละวันคือ 400 กรัมต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่สอดคล้องกับองค์การอนามัยโลก แต่พบว่า ประชากรไทยร้อยละ 70 ของกลุ่มประชากรที่สำรวจ มีการรับประทานผักและผลไม้น้อยกว่าปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีผักที่รับประทานได้ถึง 330 ชนิด รวมทั้งผัก พื้นบ้านด้วย สาเหตุที่คนไทยรับประทานผักและผลไม้ต่ำกว่าเกณฑ์เกิดจากสภาพสังคมไทย ในปัจจุบัน ซึ่งปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย เวลาส่วนใหญ่มักอยู่กับการทำงานและมีเวลาค่อนข้างจำกัด รวมถึงการเลือกชนิดของอาหาร และอาหารจานด่วนส่วนใหญ่มักมีส่วนประกอบของผักและผลไม้ค่อนข้างน้อย ประชาชนทั่วไปจึงสะดวก ในการเลือกซื้ออาหารประเภทดังกล่าวมากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากการรับประทานอาหารที่มีผักและผลไม้ที่เป็นองค์ประกอบหลัก

สำหรับกระแสการรับประทานอาหารคลีนเพื่อสุขภาพนั้น เป็นประโยชน์และส่งผลดีต่อร่างกาย แต่ต้องคำนึงถึงปริมาณผักและผลไม้ ที่นำมาประกอบเป็นอาหารคลีนว่าอยู่ในปริมาณ ที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวันหรือไม่ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การรับประทานผักและผลไม้มากกว่า 569 กรัมต่อวัน ช่วยลดความเสี่ยง การเสียชีวิตจากโรคทางเดินหายใจ ระบบ ไหลเวียนโลหิต และระบบทางเดินอาหาร ขณะที่ผู้รับประทานผักและผลไม้ในปริมาณต่ำกว่า 249 กรัมต่อวัน จะมีความเสี่ยงในโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้น การรับประทานผักและผลไม้ให้เพียงพอ ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้ถึง 50% ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ถึง 30% ลด ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองได้ 6% โรคมะเร็งทางเดินอาหาร กระเพาะอาหาร หลอดอาหาร 1-6% นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่า การรับประทานผักและผลไม้ในสัดส่วนดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ไม่ติดต่อเรื้อรัง ทั้งเบาหวาน และความดัน เป็นต้น

นอกจากสถิติที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการรับประทานผักและผลไม้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานแล้วจำนวนประชากรถึง 3 ใน 4 ของกลุ่มประชากรผู้ใหญ่ทั่วโลกยังได้รับ ไฟโตนิวเทรียนท์ที่ขาดความหลากหลายและไม่เพียงพอต่อการมีสุขภาพดี ไฟโตนิวเทรียนท์หรือสารอาหารตามธรรมชาติที่พบในพืชต่างๆ ทำหน้าที่คอยปกป้องพืชจากศัตรูตามธรรมชาติ รวมทั้งป้องกันการเกิดความเครียดทางกาย และการเกิดสารอนุมูลอิสระ ไฟโตนิวเทรียนท์ทำให้ พืชมีสีสันต่างๆ ดังนั้น การรับประทานสีต่างๆ ในอาหารจะทำให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกัน ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการมีสุขภาพอนามัยที่ดี

Posted in อินเตอร์เน็ต | Comments Off

เทคนิคนวัตกรรมในการผลิตผลไม้นอกฤดูเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร

ไม้ผลนอกฤดูกาล คำๆ นี้ในปัจจุบันเป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในหมู่นักวิชาการเกษตร เกษตรกรและบุคคลทั่วไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการประสบผลสำเร็จในการทำให้ไม้ผลบางชนิดสามารถออกดอกนอกฤดูได้นั่นเอง จากความสำเร็จดังกล่าวก็ได้สร้างความสนใจให้กับบุคคลในวงการเกษตรกันมากจนถึงกับได้มีการศึกษาและทดลองกันอย่างกว้างขวางกับไม้ผลชนิดอื่น และก็มีแนวโน้มว่าสามารถที่จะบังคับใช้ไม้ผลบางชนิดออกดอกนอกฤดูได้เช่นเดียวกัน

การบังคับหรือกระตุ้นหรือชักนำเพื่อให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูนั้น หากเรามองย้อนกลับไปในอดีต จะเห็นได้ว่า วิธีการต่าง ๆ ที่ใช้บังคับให้ไม้ผลออกดอกนั้นมีการปฏิบัติกันมาช้านานแล้ว โดยในสมัยก่อนวิธีการเหล่านั้นอาจจะค้นพบโดยบังเอิญหรือไม่ได้ตั้งใจ ยกตัวอย่างเช่น การทรมานต้นไม้ด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การสับกิ่ง สับต้น การตอกตะปูที่ต้น การรมควัน การตอนกิ่ง รัดกิ่ง หรือแม้กระทั่งการที่ต้นไม้ขาดน้ำเป็นต้น และเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทั่ว ๆไป เมื่อรู้ตัวว่าใกล้จะตาย เช่น ถูกทรมานด้วยวิธีการต่าง ๆ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ก็มีการแตกดอกออกผลขึ้นมา มนุษย์ก็ได้ก็ได้สังเกตและรู้หลักการอันนี้จึงได้มีการบังคับให้ไม้ผลออกดอกด้วยวิธีการดังกล่าว ปัจจุบันนี้วิทยาการในการบังคับเพื่อให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูกาลได้ก้าวหน้าไปมาก มีการใช้สารเคมีบางชนิดและเทคโนโลยีใหม่ ๆ บังคับให้ไม้ผลออกดอกนอกฤดูกาลได้แน่นอนขึ้นและกระทำได้อย่างกว้างขวางกับไม้ผลหลายชนิด

อย่างไรก็ตาม การผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลก็ยังเป็นศาสตร์ที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง กล่าวคือ แม้ว่าในขณะนี้เราสามารถผลิตไม้ผลนอกฤดูขึ้นได้ในพืชหลายชนิดและนั่นก็ไม่ใช่ว่าจะกระทำได้อย่างแน่นอนหรือกระทำได้ทั่ว ๆ ไปในทุกสภาพท้องที่แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ อีกหลายชนิดอาทิเช่น พันธุ์ ความสมบูรณ์ของต้น สภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเทคนิคและวิธีปฏิบัติของแต่ละคน ในบางครั้งถึงแม้จะมีปัจจัยเหล่านี้อยู่อย่างครบถ้วนแล้วก็ตามการผลิตไม้ผลนอกฤดูกาลก็อาจไม่ประสบผลสำเร็จเต็มที่เสมอไป

แนวทางการผลิตผลไม้นอกฤดูมีวิธีการต่างๆ หลายวิธีดังนี้
1. ใช้พันธุ์ที่ออกดอกนอกฤดูอยู่แล้ว เช่น มะม่วงพันธุ์ทะวายต่างๆ น้ำดอกไม้ทะวาย พิมเสนมันทะวาย โชคอนันต์ เป็นต้น
2. เลือกช่วงเวลาการปลูกให้ไม่ตรงกับคนอื่น ใช้กับไม้ผลที่มีอายุสั้นเมื่อถึงอายุก็ออกดอกติดผล เช่น กล้วย มะละกอ ปกติต้องอาศัยน้ำฝนจะปลูกต้นฤดูฝน หากมีน้ำชลประทานควรเลือกปลูกช่วงปลายฤดูฝนหรือฤดูแล้งจะทำให้มีผลผลิตจำหน่ายไม่ตรงกับเขตอื่น
3. ใช้การตัดแต่งกิ่ง ทำกับไม้ผลที่เมื่อแตกกิ่งใหม่จะมีช่อดอกออกมาด้วย เช่น น้อยหน่า ฝรั่ง องุ่น เป็นต้น
4. ใช้ปุ๋ยเคมี N.D.Bondad it af 1978 รายงานว่าโปแตสเซียมไนเตรทอัตราความเข้มข้น 1-4 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มะม่วงพันธุ์คาราบาวแทงช่อดอกนอกฤดูกาลได้
5. การใช้สารชะลอการเจริญเติบโต เช่น พาโคลบิวทราโซล ใช้กับมะม่วงโดยฉีดพ่นทางใบ
อัตรา 1,000-2,000 ppm. ทำให้มะม่วงออกดอกก่อนกำหนด 35 วัน ในปัจจุบันนิยมราดทางดินชิดโคนต้นระยะเหมาะสมของต้นที่จะใช้ต้องมีใบสีเขียวอ่อน ปริมาณสารต่อต้นเท่ากับความกว้างทรงพุ่มเป็นเมตรคูณด้วยค่าคงที่ของพันธุ์ คือ พันธุ์ออกง่ายให้ค่าคงที่เท่ากับ 10 ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้ ฟ้าลั่น ทองดำ หนองแซง เจ้าคุณทิพย์ แก้วลืมรัง ลิ้นงูเห่า โชคอนันต์ ส่วนพันธุ์ที่ออกยากให้ค่าคงที่ของพันธุ์ออกยาก เท่ากับ 15 ได้แก่ มะม่วงพันธุ์เขียวเสวย หนังกลางวัน อกร่อง แรด และพิมเสนมัน

Posted in อินเตอร์เน็ต | Tagged | Comments Off

การรับประทานอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายทำงานทั้งวันอย่างมีประสิทธิภาพ

18

มื้อเช้าถือเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดสำหรับร่างกาย การรับประทานอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายทำงานทั้งวันอย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้ทานอาหารในมื้ออื่น ๆ รวมทั้งขนมจุบจิบน้อยลงได้อีกด้วย แล้วถ้ายิ่งมีผลไม้ ที่ไม่ใช่พวกบรรดาผลไม้ที่ผ่านการดัดแปลง แต่เป็นผลไม้สด ๆ เป็นส่วนหนึ่งในมื้อเช้าด้วยละก็ รับรองว่าจะยิ่งไปประโยชน์มากมายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยละ อยากรู้กันไหมคะว่าการรับประทานผลไม้ตอนเช้ามีประโยชน์อย่างไรต่อร่างกายบ้าง

ช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกายผลไม้ก็ถือเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ และน้ำตาลที่ย่อยช้า ซึ่งผลไม้นี่ละที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิล ส้ม กล้วย ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ หรือเมลอน ผลไม้เหล่านี้เป็นตัวเลือกที่ดีเลยละค่ะถ้าอยากจะรับประทานผลไม้ในมื้อเช้า

กระตุ้นระบบขับถ่ายหากคุณกำลังประสบปัญหาท้องผูกอยู่ละก็ ลองรับประทานผลไม้ในมื้อเช้าสิ เพราะผลไม้มีกากใยสูงสามารถช่วยล้างสารพิษที่อยู่ในร่างกายมาตั้งแต่หลังมื้อเย็นจนถึงตื่นนอนได้ ดังนั้นถ้าเรารับประทานผลไม้เข้าไปในมื้อเช้าก็จะช่วยกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น เมื่อสารพิษต่าง ๆ ถูกขับออกมาผ่านการขับถ่ายแล้ว ร่างกายก็จะรู้สึกสดชื่นอีกครั้งค่ะ

เอนไซม์สูงรู้หรือเปล่าว่าผลไม้ที่เรารับประทานกันอยู่นี้ เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยเอนไซม์ต่าง ๆ และเอนไซม์ในผลไม้นี่ละที่จะคอยทำหน้าที่ต่าง ๆให้ร่างกายมากมาย อย่างเช่นช่วยให้ร่างกายย่อยอาหารได้ตามธรรมชาติ แถมมันยังช่วยในการดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ที่เรารับประทานเข้าไปอีกด้วย ซึ่งในผลไม้มีเอนไซม์มากกว่าผักเสียอีก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราควรจะเปลี่ยนมากินผลไม้แทนผักเพียงอย่างเดียวนะคะ ทานควบคู่กันในอาหารเช้าจะทำให้ยิ่งได้ประโยชน์มากขึ้นค่ะ

ทำให้อารมณ์ดีอย่างที่หลาย ๆ คนรู้ว่า สมองของเราต้องใช้กลูโคสอย่างมหาศาลเพื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเราจึงต้องหาแหล่งที่มีกลูโคสสูงและมีประโยชน์ต่อร่างกายป้อนให้สมองด้วย ผลไม้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่จะทำให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงมากขึ้น เพราะน้ำตาลจากธรรมชาติและไฟเบอร์ที่อยู่ในผลไม้จะช่วยทำให้เรามีสมาธิและช่วยชะลอระดับน้ำตาลที่อยู่ในเลือด แถมยังช่วยทำให้อารมณ์ดีอีกด้วย เห็นไหมละคะ ไม่กินผลไม้ไม่ได้แล้ว

Posted in อินเตอร์เน็ต | Comments Off